18 ตุลาคม 2565 | Craft Story
Share this :

     สาเก เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางใน ญี่ปุ่น สาเกมีมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ส่วนประกอบของสาเก มีไม่มาก ประกอบด้วย ข้าวขัดสีคุณภาพดี น้ำสะอาด หลายที่เลือกใช้เป็นน้ำแร่ธรรมชาติ เชื้อราโคจิ และยีสต์ จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการหมักจนได้ไวน์ข้าวที่มีสีเหลือง คนญี่ปุ่นหลงใหลกับ การดื่มสาเก เป็นอย่างมาก และด้วย วิถีชีวิตชาวญี่ปุ่น ที่ชอบนัดสังสรรค์กันอยู่บ่อย ๆ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปเปิดโลกของ สาเกญี่ปุ่น กันครับ

 

เมนูอาหารญี่ปุ่น ทานคู่กับ สาเกญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มรสชาติความเป็น ญี่ปุ่น มี เดลิเวอรี่

 

ฤดูหนาวเป็นฤดูการหมักสาเก

     สาเกไม่ได้ผลิตกันตลอดทั้งปี โรงหมักหลายแห่งจะมีช่วงฤดูกาลผลิตที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ การผลิตสาเก มักจะเกิดขึ้นในฤดูหนาว ด้วยเหตุผลที่ว่า อุณหภูมิช่วงฤดูหนาว จะมีอากาศที่เย็นทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของการผลิตและหมักสาเกได้ง่าย และอีกเหตุผล คือ ในช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่จะได้วัตถุดิบหลักของสาเกที่มีคุณภาพที่ดีมากที่สุด เพื่อให้เกิดการผลิต สาเกที่มีรสชาติเยี่ยมที่สุด เช่นกัน อย่าง โรงหมักสาเกทาคาชิมิสึ (Takashimizu Sake Brewery) ในอาคิตะ โรงหมักนี้มักจะทำ การหมักสาเกในช่วงฤดูหนาว เพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ข้าวได้คุณภาพ และด้วยที่ โรงหมักสาเกทาคาชิมิสึ มีเทคนิคการผลิตเฉพาะไม่เหมือนใคร จึงทำให้ได้ สาเกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในปัจจุบันโรงหมักนี้ ถือว่าขึ้นชื่อเรื่องสาเก เป็นอย่างมาก 

 

ร้านอาหารญี่ปุ่น มี สาเกญี่ปุ่น อยากทานก็สั่ง เดลิเวอรี่ ได้

 

เรื่องน่ารู้..กว่าจะมาเป็น “สาเกญี่ปุ่น”

     จริงๆ แล้ว สาเกญี่ปุ่น มีหลักในการหมักที่คล้ายกับการหมักไวน์ ซึ่งในขั้นตอนแรกของ การหมักสาเกนั้น เริ่มจากการนำข้าวไปขัดสีเพื่อเอาผิวชั้นนอกออกให้เหลือแต่เนื้อด้านที่เป็นแป้ง ในการทำเหล้าสาเก ข้าวจะถูกขัดสีจนเหลือประมาณ 50 – 70% จากนั้นนำไปล้างน้ำโดยการแช่ทิ้งไว้ แล้วนำข้าวไปนึ่งต่อ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการหมักโดยเริ่มจากการเติมเชื้อราชนิดหนึ่งลงไปทิ้งไว้ประมาณ 5 – 7 วัน หลังจากนั้นเติมน้ำและยีสต์ลงไป หมักต่ออีก 2 – 3 สัปดาห์ เมื่อหมักเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการกรองเอาส่วนผสมออกให้เหลือแต่ของเหลวใสที่เรียกว่า “สาเก” แล้วไปบ่มอีก 9 – 12 เดือน ก่อนจะนำไปบรรจุขวดพร้อมดื่ม จะเห็นได้ว่ากว่าจะได้สาเกแต่ละขวดต้องใช้เวลาและความอดทนเฝ้ารอมากแค่ไหน เพื่อให้ได้สาเก ที่มีรสชาติดีนุ่มละมุนลิ้น คุณภาพเยี่ยมให้ทุกคนได้ดื่มด่ำ ลิ้มรสชาติสาเกญี่ปุ่นแท้ๆ 

 

อาหารญี่ปุ่น ทานกับ สาเก เพิ่มรสชาติความเป็น ญี่ปุ่น มี เดลิเวอรี่

 

การหมักสาเกแบบดั้งเดิมต้องใช้มากกว่าความอดทน

     โรงหมักสาเก หลายแห่งยังคงการหมักสาแกแบบดั้งเดิมเอาไว้ ซึ่งการจะผลิตสาเก ให้ได้คุณภาพดีต้องอาศัยผู้ควบคุมดูแลที่มีความเชี่ยวชาญสูง อย่างที่รู้กันว่า การผลิตสาเกใช้หลักการคล้ายกับไวน์ แต่การทำสาเกจะเกิดกระบวนการที่สำคัญ 2 กระบวนการ คือ กระบวนการเปลี่ยนแป้งในข้าวให้เป็นกลูโคส ต่อด้วยกระบวนการหมักที่เปลี่ยนกลูโคสให้เป็นแอลกอฮอล์ ในระหว่างนี้ผู้เชี่ยวชาญจะต้องเฝ้าดู และต้องควบคุมไม่ให้เกิดความผิดพลาด เพราะหากผิดไปเพียงนิดเดียว ก็จะทำให้เกิดรสชาติที่ผิดเพี้ยนขึ้นได้ 

 

อย่างในโรงหมักสาเกทาคาชิมิสึ ที่ได้ผลิต “สาเก” ชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น ซึ่งโรงหมักนี้ ได้ใช้ เทคนิคการผลิตสาเกแบบโบราณ ซึ่งถ้าเป็นโรงหมักทั่วไป โดยปกติแล้วจะใช้น้ำเปล่าเป็นส่วนผสมหลักในการหมักสาเก แต่ที่โรงหมักแห่งนี้ ได้ใช้สาเก ที่มีการคัดสรรเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ที่สุด แทนการใช้น้ำเปล่า ซึ่งวิธีการนี้ถือว่าเป็นวิธีการหมักที่ยากและท้าทายเป็นอย่างมาก เพราะต้องอาศัยทักษะ ความชำนาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมกันมา เพื่อควบคุมและ คงรสชาติของสาเก ให้นุ่มอร่อยเหมือนเดิมให้ได้มากที่สุด

 

อาหารญี่ปุ่น ทานคู่กับ สาเกญี่ปุ่น เพิ่มเติมรสชาติความเป็น ญี่ปุ่น มี เดลิเวอรี่

 

 

3 ชนิด สาเกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น

 

1. สาเกชนิด Dry Sake

       เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเข้าวงการสาเก วิธีดื่มสาเก คือ มักดื่มคู่กับอาหารเบา ๆ รสไม่จัด เช่น ซูชิ ซาซิมิ และเนื้อย่าง ตัวอย่างแบรนด์ยอดนิยม เช่น

  • Dassai : เป็นสาเกที่โด่งดังที่สุด ถ้าใครไม่เคยดื่มมาก่อนให้เริ่มจากตัวนี้เลย Dassai 23 อีกตัวที่แนะนำคือ Junmai Daiginjo เป็นสาเกที่มีกลิ่นหอมของแตงและลูกพีชอ่อน ๆ 
  • Harushika : ก่อตั้งขึ้นในปี 2427 สาเกขึ้นชื่อของนารา แนะนำให้ลอง Junmai เพราะจะให้รสชาติแบบสมุนไพรที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยสะระแหน่ และโป๊ยกั๊ก
  • Hakkaisan : มาจากเมืองนีงาตะที่ขึ้นชื่อเรื่องข้าวและน้ำสะอาด จึงได้สาเกชั้นยอด ชื่อว่า “Junmai Ginjo Hakkaisan” อยากรู้ว่ารสชาติดีขนาดไหนต้องไม่พลาด!

 

2. สาเกชนิด Sweet Sake

      สาเกที่มีรสชาติของดอกไม้และผลไม้ เข้ากับอาหารทะเลและอาหารทอดมากที่สุด ตัวอย่างแบรนด์ยอดนิยม เช่น

  • Mio : สาเกยี่ห้อนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องของความอร่อย ให้ความสดชื่น มีกลิ่นผลไม้ที่หอมหวานเฉพาะตัว ดื่มแล้วจึงรู้สึกบางเบาชวนฝัน ว้าว!
  • Kubota : สาเกที่ถูกสร้างขึ้นในทศวรรษ 1980 เป็นแบรนด์น้องใหม่เหมาะกับ อาหารญี่ปุ่นแนวใหม่ โดยเฉพาะตัวนี้ Kubota Junmai Daiginjo ที่มีรสชาตินุ่มนวล พร้อมกลิ่นลูกแพร์เบา ๆ ยิ่งช่วยเสริมให้ทานอาหารได้อูมามิมากยิ่งขึ้น
  • Jozen-Mizunogotoshi : เป็นสาเกที่ผลิตจากโรงเบียร์ Shirataki ตัวที่ได้รับความนิยมมาก คือ Jozen-Mizunogotoshi Junmai Daiginjo เป็นสาเกที่คัดเมล็ดข้าวเฉพาะ และใช้ระยะเวลาการหมักที่ยาวนาน ทำให้สาเกนี้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้น เป็นสาเกอีกตัวที่อยากแนะนำ

 

3. สาเกชนิด One Cup Sake

       เป็นสาเกที่อยู่ระหว่าง 2 ชนิด ดื่มง่าย และเข้ากันได้ดีกับปลาดิบ อาหารปิ้งย่าง ในญี่ปุ่น เราจะเห็นสาเกประเภทนี้มีวางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อหลายแห่งใน ราคาไม่แพงสบายกระเป๋าด้วย

 

อาหารญี่ปุ่น ทานคู่กับ สาเกญี่ปุ่น เพิ่มรสชาติความเป็น ญี่ปุ่น มี เดลิเวอรี่

 

สาเกของขวัญล้ำค่าของ คนญี่ปุ่น

     ตั้งแต่สมัยโบราณ คนญี่ปุ่นใช้สาเก เพื่อสร้างสายสัมพันธ์พิเศษระหว่างกัน เช่น งานแต่งงาน ประเพณีที่เรียกว่า “คะตะเมะ-โนะ-ซะกะซุกิ” พิธีแลกแก้วสาเก เพื่อเป็นคำมั่นสัญญาแห่งมิตรภาพ ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นยังใช้ เหล้าสาเก เป็นของขวัญในเทศกาลปีใหม่และในเทศกาลต่าง ๆ ด้วย คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ชอบ สาเกคุณภาพสูง และมีคุณค่าซึ่งหาซื้อไม่ได้แล้ว แต่ยิ่ง สาเกบ่มมาเป็นเวลานานเท่าไหร่ ยิ่งมีมูลค่าสูงและหายาก รวมถึงสาเกแบรนด์ดัง

 

คนญี่ปุ่น มักใช้สาเกในงานสำคัญต่าง ๆ และใช้บ่อยมาก หากคนที่คุณต้องการมอบของขวัญเป็น สาวกสาเก การให้สาเก ที่หายากหรือ สาเกแบรนด์ดัง จะทำให้พวกเขามีความสุขมาก และจะพูดถึงมันอยู่บ่อย ๆ เลย

 

 

 

เห็นแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่อยากจะ ลองชิมสาเก แล้วใช่ไหม? มาที่นี่เลย ร้านอาหารญี่ปุ่นคาโบฉะ ซูชิ (Kabocha Sushi) ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีมากกว่าความอร่อยเพราะเราจะแอดความสนุก เพลิดเพลินให้กับคุณ ที่นี่เรามีสาเกแบรนด์ดังคุณภาพเยี่ยมมาคุณดื่มคู่กับ อาหารญี่ปุ่นที่สดใหม่ ใส่ใจในทุกขั้นตอน แถมยังคุ้มค่าคุ้มราคา สามารถมาเติมความสุขและความอร่อยได้ทุกวัน หรือจะ สั่งเดลิเวอรี่ส่งถึงบ้าน ที่เราก็พร้อมให้บริการเช่นกันครับ

 

BLOG RELATED