26 กรกฎาคม 2565 | Craft Story
Share this :

     เคยสังเกตไหม? อาหารญี่ปุ่น ทำไมมีสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเคียง วัตถุดิบบนอาหาร และของหวาน แน่นอนว่าสีสันของอาหารเมนูต่าง ๆ ทำให้เพิ่มความอยากในการทานอาหารเพิ่มขึ้นไป หลายคนคงคิดว่า อาหารสีส๊วยสวยนี้ ต้องใช้สีผสมอาหารแน่ ๆ เลย ความจริงแล้วสีที่เราเห็นนั้นเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ ทำให้อาหารญี่ปุ่น ที่เรากินเข้าไปมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งสีจากธรรมชาติมีอะไรบ้างนะ เรามาทำความรู้จักกันเลย

 

สีสัน อาหารญี่ปุ่น จากร้าน kabocha

 

ผักดองญี่ปุ่น เครื่องเคียงสีสันต่าง ๆ

     เวลาเราไปกิน อาหารญี่ปุ่น ตามร้านต่าง ๆ เพื่อน ๆ คงเคยเห็นผักดองปรากฎบน อาหารญี่ปุ่น กันบ้าง เพราะลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของผักดองญี่ปุ่นคือ สีสันสดใส ทำให้เราไม่กล้ากินผักดองเหล่านั้นเลย ซึ่งความจริงแล้ว ผักดองของญี่ปุ่น นั้นส่วนใหญ่ใช้สีจากธรรมชาติ เพื่อให้มีสีสันน่าทานมากขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ผักดองญี่ปุ่น มีหลายประเภท มาจากวิธีการทำที่ไม่เหมือนกัน มีทั้งแบบหมักเกลือ โชยุ น้ำส้มสายชู มิริน มิโสะ รำข้าวและอื่น ๆ จึงมีสีสันที่แตกต่างกัน และให้รสชาติที่มีความแตกต่างกันไป ได้แก่

  • Beni Shoga   ขิงดอง สีแดงจากชิโสะแดง รสออกหวาน เป็นขิงดองในลักษณะฝอย เรามักพบในอาหารประเภทยากิโซบะ หรือ โอโคโนมิยากิ
  • Umeboshi  บ๊วยดอง สีน้ำตาลเข้ม อาหารสุดเค็มออกเปรี้ยว จากการแช่ในเกลือ และ ใบสิโซะแดง ที่มักพบใน เมนูข้าวของญี่ปุ่น หรือ เบนโตะ ด้วยรสชาติที่สุดจี๊ดจึงนิยมนำมาใช้เป็นอาหารแก้เมาค้างด้วย
  • Shibazuke  แตงกวาดอง ผสมมะเขือยาว สีม่วงจากหัวไชเท้า มะเขือม่วง รากบัว แตงกวา ถั่วฝักดาบ ขิง และ ชิโสะ ดองด้วยน้ำส้มสายชูที่ผ่านการ ดองบ๊วยมาก่อน มีรสเค็มออกเปรี้ยว
  • Takuan  หัวไชเท้าดอง สีเหลืองจากเปลือกลูกพลับ หรือ ขมิ้น หมักด้วยเกลือ หรือ รำข้าว เชื่อกันว่า ไชเท้าดองสามารถช่วยย่อยอาหารได้ เราจึงมักเห็นไชเท้าดองเสิร์ฟคู่กับ อาหารญี่ปุ่น อยู่บ่อย ๆ
  • Gari  ขิงดองแผ่นบาง สีออกชมพูอ่อน ที่ได้จากหมักในน้ำส้มสายชูแบบหวาน มักเห็นเสิร์ฟคู่กับซูชิ ให้รสเปรี้ยวออกเผ็ดนิด ๆ
  • Fukujinzuke   ผักดอง 7 ชนิด ที่ผสมรวมเข้าด้วยกัน ได้แก่ หัวไชเท้า มะเขือม่วง รากบัว แตงกวา ถั่วฝักดาบ ขิง และ ชิโสะ เป็นเครื่องเคียงสีแดงมักกับคู่กับแกงกะหรี่

 

สีสัน อาหารญี่ปุ่น จากร้าน kabocha

 

เค้กปลาคามาโบโกะ และปูอัด สีสวยสดใส

คามาโบโกะ และ ปูอัด อาหารที่ขาดไม่ได้ บนโต๊ะอาหารญี่ปุ่น ที่เราพบเห็นบ่อย ๆ คือ 

  • คามาโบโกะ   ใช้ปลาเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ปลาครีบขาว และ โอกิกิสุ โดยที่คามาโบโกะ 1 ตัว มีปลาประมาณ 7 ตัว! มีวิธีทำมากถึง 5 ขั้นตอน คือ เลือกเนื้อปลา ล้างทำความสะอาด บด ปั้นบนถาด และ นึ่ง เค้กปลามีสองสี ชั้นนอกสีชมพูอ่อน ชั้นในสีขาว หั่นเป็นชิ้นครึ่งวงกลมขนาดเล็ก เป็นอาหารที่ค่อนข้างหนึบ แต่มีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม ทานคู่กับซุปอย่างราเม็ง และ โซบะ
  • นารุโตะมากิ   เป็นคามาโบโกะที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ส่วนใหญ่จะใช้เป็น หน้าเค้กปลาในจานราเม็ง มีลักษณะเป็นชิ้นวงกลมสีขาวขอบหยัก ภายในเป็นเส้นหมุนวงสีชมพู คล้ายกับน้ำวนนารูโตะซึ่งตั้งอยู่ระหว่าง เกาะชิโกกุ และ เกาะอาวาจิ 
  • ซูริมิ   เป็นคามาโบโกะ หรือ เค้กปลาญี่ปุ่น ที่เลียนแบบปู ทำมาจากปลาขาวและปรุงด้วยรสให้เหมือนปู ซึ่งอุดมไปด้วยโปรตีนจากปลา มีแคลอรีต่ำ  ย่อยและดูดซึมง่าย

 

สีสัน อาหารญี่ปุ่น จากร้าน kabocha

 

ขนมญี่ปุ่น สีพาสเทล

     ของหวานญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ทำจากมาจาก ถั่วแดง แป้งเค้กข้าว แป้งข้าวเจ้า ฯลฯ จึงมีรสชาติที่หวาน และ ผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ขนมญี่ปุ่น เรียกอีกอย่างว่า "ศิลปะแห่งประสาทสัมผัสทั้งห้า" เพราะสามารถ ลิ้มรสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ มองเห็น ลิ้มรส ดมกลิ่น ได้ยิน และสัมผัส โดยคำนึงถึงฤดูกาล การออกแบบที่สวยงาม และละเอียดอ่อน เช่น ขนมสามสี มีลักษะคล้าย ดังโงะเสียบไม้ ขนมในฤดูใบไม้ผลิ โดยมีสีชมพูแทนดอกซากุระให้ทำจากสีโคชินัล สีขาวแทนหิมะที่หลงเหลืออยู่ และสีเขียวด้านล่างของไม้แทนหญ้าที่รอฤดูใบไม้ผลิภายใต้หิมะโดยใช้สีจากหญ้าโยโมกิ และ มัทฉะ

 

สีสัน อาหารญี่ปุ่น จากร้าน kabocha

 

     สีสันของอาหาร เป็นอาหารตาอย่างหนึ่ง ยิ่งอาหารมีสีสวยยิ่งรู้สึกในการอยากทานอาหารมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เราทานอาหารอย่างมีความสุขด้วย สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากสัมผัส สีสันของอาหารญี่ปุ่น ที่ไม่ได้มีแค่ความสวยอย่างเดียว แต่ยังอร่อย และมีประโยชน์ด้วย สามารถมาทานได้ที่ ร้านอาหารญี่ปุ่นคาโบฉะซูซิ (Kabocha Sushi) ที่ร้านนี้เราจะได้เห็นเครื่องเคียงสีสันสดใส ที่เสิร์ฟคู่กับ อาหารญี่ปุ่น ในทุกเมนู ปรุงรสพิเศษด้วยความใส่ใจผ่านการคัดสรรวัตถุดิบที่คัดแล้วคัดอีก เพราะเราต้องการให้ลูกค้าได้ทาน อาหารญี่ปุ่น ด้วยความอร่อย และเพลิดเพลิน กับวัตถุดิบที่สวยที่ช่วยให้อาหารน่าทานมากขึ้น

BLOG RELATED