10 ตุลาคม 2565 | Craft Story
Share this :

     เคยสงสัยกันไหม ทำไม ศาลเจ้าญี่ปุ่น ถึงมี เสาแดง อยู่ทุกที่ ? แล้วทำไมบางศาลเจ้าถึงมี เสาแดงมากมาย และบางแห่งก็ไม่ได้มีสีแดงด้วยนะ แต่กลับมีสีอื่น สีเหล่านี้มีความหมายอย่างไรกันแน่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปมาท่องเที่ยวพร้อมเรียนรู้ วัฒนธรรมญี่ปุ่น สนุก ๆ กับเรื่องของ “โทริอิ” ประตูสู่ศาลที่คุณต้องร้องว้าว !

 

โทริอิ ศาลเจ้าญี่ปุ่น เป็น วัฒนธรรมญี่ปุ่น มา เที่ยวญี่ปุ่น กับ kabocha sushi กัน

 

เสาแดง หรือ “โทริอิ” คืออะไร

     ถ้าใครเคยไป ญี่ปุ่น หรือ ดูสถานที่ เที่ยวญี่ปุ่น คงเคย เห็นโทริอิ เสาแดง ๆ อยู่หน้าศาลเจ้า ซึ่งเสาแดงนี้ คนญี่ปุ่น เชื่อว่าเป็นประตูที่แบ่งเขตแดนระหว่าง "มนุษย์" กับ "เทพเจ้า" เมื่อไหร่ที่เราก้าวข้าม ประตูโทริอิ นี้เข้าไป เท่ากับว่าเราได้เข้าสู่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเหล่าทวยเทพอาศัยอยู่นั่นเอง 

 

ศาลเจ้าส่วนใหญ่จะมี ประตูโทริอิหนึ่งประตู แต่มีอีกหลาย ศาลเจ้าในญี่ปุ่น ที่มี ประตูโทริอิมากกว่าหนึ่งประตู ตามอาณาเขตพื้นที่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เราจึงเห็น ประตูโทริอิ 2 หรือ 3 บานเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้นยังมีหลายแบบและมีชื่อเรียกที่ต่างกันด้วยนะ โดยปกติแล้วประตูที่ใหญ่ที่สุดหรืออยู่นอกสุดเราจะเรียกว่า "โทริอิเดียว" ซึ่งอยู่ระหว่างทางเดินหลักไปยังห้องโถงขนาดใหญ่

 

ปัจจุบัน ประตูโทริอิที่ ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่ “ศาลเจ้าคุมาโนะ ฮอนกู ไทฉะ (Kumano Hongu Taisha)” จังหวัดวาคายามะ ประตูโทริอิที่สร้างขึ้นจาก คอนกรีตเสริมเหล็กขนาดมหึมา มีความสูง 33 เมตร และกว้าง 42 เมตร!!

 

เดินทาง เที่ยวญี่ปุ่น ที่ โทริอิ ศาลเจ้าญี่ปุ่น เป็น วัฒนธรรมญี่ปุ่น โดย kabocha sushi

 

ตำนานเสาแดงที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!

     ใคร ๆ คงคิดว่า ประตูโทริอิถูกสร้างขึ้นมา พร้อม ๆ กับศาลเจ้า แต่ความเป็นจริง ประตูโทริอิมีมาก่อน ที่ศาลเจ้าจะถูกสร้างขึ้นมาซะอีก ซึ่งตามคำบอกเล่าผ่านหนังสือโบราณที่ เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ชื่อว่า “โคะจิกิ” ได้มีการเอ่ยถึง ที่มาของประตูโทริอิ ไว้ว่า มีวันหนึ่ง “อามาเทราสึ (Amaterasu)” เทพีแห่งดวงอาทิตย์ ผู้ปกครองสวรรค์ รู้สึกเสียใจที่น้องชายชอบสร้างความวุ่นวายและโกลาหลไม่ได้ จึงพาตัวเองไปหลบหนีไปอยู่ในถ้ำโดยใช้ก้อนหินก้อนใหญ่ปิดปากทางเข้าถ้ำไว้ เมื่อเทพีแห่งดวงอาทิตย์ไม่อยู่ทำให้ปราศจากแสงอาทิตย์ โลกจึงพบกับความมืดมิด มนุษย์ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ พืชผลทางการเกษตรก็ไม่อาจเติบโต หายนะต่าง ๆ จึงเริ่มเกิดขึ้น

 

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้เหล่าทวยเทพกังวลใจจึงพากันหารือถึงวิธีนำเพทีแห่งดวงอาทิตย์ออกมาจากถ้ำ โดยการมีเทพองค์หนึ่งที่เฉลียวฉลาดได้นำนกหลายตัว (ปัจจุบันคือไก่) มาวางไว้บนโครงสร้างไม้ที่สร้างขึ้น พวกมันต่างพากันส่งเสียงร้องออกพร้อมกัน ทำให้เทพีแห่งดวงอาทิตย์สงสัยใคร่รู้ว่าทำไมไก่ถึงขันในขณะที่ไม่มีแสงอาทิตย์จึงออกมาจากถ้ำในที่สุด แต่บางเรื่องเล่ามีการบอกว่า มนุษย์ได้พากันสร้างโครงไม้ขึ้นแล้วนำไก่มาวางไว้บนเสาไม้เพื่อให้มันส่งเสียง ระหว่างนั้นนักซูโม่ที่ซ่อนตัวอยู่ก็ปรากฎกายขึ้น พร้อมกับฉวยโอกาสผลักเอาหินที่ขวางทางเข้าถ้ำออกไป และในที่สุดพวกเขาก็ทำสำเร็จ โลกจึงได้พบเจอกับแสงสว่างอีกครั้ง

 

จากเรื่องราวนี้เอง ทำให้มีธรรมเนียมปฎิบัติต่อกันมาว่า จะต้องตั้งประตูโทริอิไว้หน้าดินแดนของเทพเจ้า โดยใช้โครงไม้ที่สร้างขึ้น และให้เรียกว่า “โทริอิ” ซึ่งหมายถึง "โครงไม้สำหรับวางไก่" โดยคำว่า “โทริ” หมายถึง "ไก่" หรือ "นก" ในภาษาญี่ปุ่น แต่มีบางทฤษฎีบอกว่า คำว่า ““โทริอิ” แปลว่า “การผ่านเข้าไป” หมายถึง “ทางผ่านของเทพเจ้า” 

 

โทริอิ ศาลเจ้าญี่ปุ่น ยามค่ำคืน เป็น วัฒนธรรมญี่ปุ่น มา เที่ยวญี่ปุ่น กับ kabocha sushi กัน

 

ทำไมประตูโทริอิ ส่วนใหญ่ถึงเป็นสีแดง?

     เหตุผลที่ประตูโทริอิมักทาสีแดง ที่เรียกว่า "ชาด" เพราะมีความเชื่อว่าสีแดงจะช่วยไม่ให้ไม้เสียหายได้ง่าย เนื่องจากเม็ดสีแดงนี้ประกอบด้วยปรอท จึงช่วยป้องกันการกัดกร่อนได้ดี อีกทั้งสีแดงยังเป็นแทน "การไล่ผี" และ "การกำจัดความชั่วร้าย" นอกจากนี้ สีแดงยังเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต ในอดีตประตูโทริอิ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงทำจากไม้สีขาว ต่อมา เนื่องจากการรวมกันของเทพเจ้าไม้สีขาวจึงถูกทาด้วยสีแดงซึ่งแสดงถึงการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป

 

ปัจจุบัน ยังมีประตูโทริอิที่ทำจากไม้หรือหิน มีทั้งสีแดงและสีขาว ซึ่งแต่ละประตูจะมีการประดับตกแต่งด้วยทองสัมฤทธิ์บ้าง วัสดุอื่น ๆ บ้าง แต่ยังคงลักษณะสีดั้งเดิมไว้ และในบรรดา ประตูโทริอิของศาลเจ้า ทั่วประเทศญี่ปุ่น  มีเสาโทริอินับพันต้น อยู่ด้วยนะ ตั้งอยู่ที่ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ไทฉะ เกิดจากประชาชนรวบรวมเงินกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นขอบคุณเทพเจ้านั่นเองครับ

 

เสาแดง ที่ ญี่ปุ่น ในฤดูหนาว ชวนมาเที่ยวญี่ปุ่น กับ คาโบฉะ ซูชิ กัน

 

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ ตำนานความเชื่อเรื่องประตูโทริอิ ของคนญี่ปุ่น ที่ไม่ได้เป็นแค่ประตูเพียงอย่างเดียว แต่ช่วยปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีเมื่อเราย่างก้าวเข้าสู่ศาลเจ้าอีกด้วย ใครชอบเรื่องราวตำนาน ความเชื่อของญี่ปุ่น รอติดตามอ่านได้เลย เพราะความสนุกยังมีอีกเพียบ…

 

 

ส่วนใครที่ตอนนี้รู้สึกว่าหิวแล้ว อยากหาอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ มาเติมท้องที่กำลังว่างต้องนี่เลย ร้านอาหารญี่ปุ่น Kabocha Sushi (คาโบฉะ ซูชิ) ที่จะช่วยให้คุณสนุกกับการกินอาหารที่หลากหลาย พร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศที่อบอุ่น ท่ามกลางคนที่คุณรักไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัว หรือ คนรัก เดลิเวอรี่เราก็มีนะ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอยู่บ้านแต่อยาก ทานอาหารญี่ปุ่นสุด ๆ จะสั่งไปกินฟินคนเดียวก็ได้ รับรองว่าได้กินแล้วจะรู้สึกคุ้มค่ากับความอร่อยสดใหม่ไม่เหมือนใคร เพราะเราใส่ใจและพิถีพิถันเลือกแต่ของดีมาให้คุณโดยเฉพาะ เพื่อให้มื้อพิเศษเป็นมื้อที่มีความสุขที่สุด ลองเลย!

 

 

BLOG RELATED