14 กันยายน 2564 | Life Style
Share this :

     หากใครได้ไปเยี่ยมเยือน ญี่ปุ่น แล้วนั้น​ คงได้สัมผัสกับ วัฒนธรรม​ อาหาร​ สถานที่ท่องเที่ยว​ รวมถึงอากาศ​ อย่างที่รู้กัน “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่มี 4 ฤดู ในฤดูใบไม้ผลิ ความหนาวเย็นเริ่มจางลง อากาศค่อยๆ อบอุ่นขึ้น การได้เดินชมซากุระเบ่งบาน โรแมนติกเกินบรรยาย​  พอเข้าฤดูร้อน ผู้คนจะเดินแห่ศาลเจ้าเล็กๆ แห่ในงานเทศกาลตามชายทะเล​ ส่วนฝั่งแม่น้ำก็จะมีการจัดงานเทศกาลดอกไม้ไฟ ซึ่งดอกไม้ไฟที่ถูกยิงขึ้นฟ้าจะช่วยแต่งแต้มสีสันที่สดใสเจิดจ้าให้กับท้องฟ้าในยามค่ำคืน  มาถึงฤดูหนาว ได้สัมผัสหิมะรับลมหนาว ทานโซบะในช่วงเวลาข้ามสู่วันใหม่ (ระยะเวลา 3 วันตั้งแต่ขึ้นปีใหม่จะเรียกว่าโชกะสึหรือแปลว่าปีใหม่) รับกลิ่นอาย วัฒนธรรมญี่ปุ่น ได้แบบ​เต็มๆ ส่วนฤดูสุดท้าย คือ ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูแห่งใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้ของไม้ผลัดใบจะถูกย้อมเป็น สีแดง แล ะสีเหลือง เปลี่ยนสีของภูเขา และ ต้นไม้ริมถนน นอกจากนี้ยังเป็นฤดูแห่ง “ข้าวญี่ปุ่น” ที่อร่อยที่สุด​ ข้าวใหม่หอมนุ่มละมุนลิ้น​ 

 

ข้าวญี่ปุ่น จาก ร้านอาหารญี่ปุ่น

 

ฤดูใบไม้ร่วง​ ฤดูที่ต้องลิ้มรส “ข้าวญี่ปุ่น Koshihikari” (コシヒカリ)

             เข้าเดือนกันยายน- ตุลาคม - พฤศจิกายน 3 เดือนนี้ จะเป็นฤดูแห่งการเก็บเกี่ยวข้าว ของที่ญี่ปุ่น​ ซึ่งข้าวที่ได้​ คนญี่ปุ่น จะเรียกกันว่า Shinmai (新米 しんまい) หรือหากแปลเป็นภาษาไทย​ นั่นก็คือ​ ข้าวใหม่ ซึ่งเอกลักษณ์ของ Shinmai หรือ​ ข้าวใหม่​ จะเป็นเม็ดข้าวสีขาวใส เมื่อนำมาหุงจะได้ข้าวที่เหนียวนุ่มและหอมมากๆ ซึ่งรสชาติจะต่างจากข้าวที่เก็บเกี่ยวในฤดูกาลอื่นอยู่มากเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องได้ลิ้มรสของพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น “Koshihikari” ซึ่งเชฟทั่วโลกได้ขนานนามว่า​ ​"ราชาแห่งข้าวปั้น" และได้ยกย่อง ว่าเป็นพันธุ์ข้าว ที่ทำซูชิ หรือ เมนูอาหารญี่ปุ่น อื่นๆ ได้อร่อยที่สุด

             หากมาพูดถึง ข้าวญี่ปุ่น  Koshihikari (โคชิฮิคาริ) นั้น​ ข้าวพันธุ์นี้ส่วนใหญ่ จะปลูกกันในจังหวัดนีงาตะ จังหวัดอิบาระงิ จังหวัดโทชิงิ จังหวัดจิบิ จังหวัดมิยาซากิ ซึ่งจุดเด่นของข้าว จะมีลักษณะเม็ดอวบอ้วน เมล็ดข้าวสั้น มีความมันเงา เมื่อข้าวสุกแล้ว เมล็ดข้าวจะมีความเหนียว มีกลิ่นหอม รสชาติดีนุ่มละมุนลิ้น​ จะว่าไปแล้ว​คอข้าวปั้น​ สายซูชิ หรืออาหารญี่ปุ่น ต้องไม่พลาดลิ้มรสข้าวพันธุ์​นี้​ รับรองว่าติดใจติดแน่นวงการ อาหารญี่ปุ่นแน่นอน

 

ภาพ ข้าวญี่ปุ่น จาก ร้านอาหารญี่ปุ่น

 

เพราะได้ข้าวดี จึงอยากให้ลิ้มลอง...

จุดเริ่มต้น 7 เมนูพิเศษ พร้อมเสิร์ฟที่ Kabocha เฉพาะเดือนกันยายนนี้เท่านั้น 

               ช่วงสถานการณ์ เชื้อโควิด19 ระบาดนี้ หลายคนคงเบื่อ​เมนูอาหารเดิมๆ​ เมนูซ้ำ ๆ​ ของที่บ้าน​ จะออกไปไหน ก็ไม่สะดวก​ ​ไปตลาด ก็ไม่รู้จะซื้ออะไรทำอาหาร​ ทาง​ Kabocha​ จึงปิ๊งไอเดีย​ตามล่าหา ข้าวญี่ปุ่นอร่อย Koshihikari  พร้อมหาเมนูใหม่ มาเยียวยาสาย ซูชิญี่ปุ่น​ ให้ได้ลิ้มรส เมนูพรีเมี่ยมสูตรใหม่ถึง​ 7​ เมนู​ นอกจากนี้ยังเพิ่มความแปลกใหม่ด้วย​ ข้าวญี่ปุ่นสีแดง​  ที่นำเอาข้าว​ Koshihikari (โคชิฮิคาริ)​ มาผสมคลุกเคล้ากับน้ำปรุงสูตรเด็ดข องทางร้าน ​ที่เรียกว่า Akazu (อาคะสุริ) ทำให้ข้าว​เป็นสีออกแดงน้ำตาล​ หอมเหล้าสาเกหมักอ่อนๆ​ รสชาติจะเข้มข้นมากกว่าข้าวขาวแบบปกติ​ จึงอร่อยติดปากทุกคำ​ ให้ความรู้สึกที่แตกต่าง แต่อร่อยลงตัว​กับปลาสด และ หอยสด​ อย่าง Salmon ปลาแซลมอน  MAGURO ปลามากุโระ Hamachi ปลาฮามาจิ หรือ Hotate หอยเชลล์

              ด้วยความเชื่อของ คนญี่ปุ่น ที่ว่า สีแดงมีพลังในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ทำให้ธรรมเนียมการบูชาเทพเจ้าด้วยข้าวแดง และรับประทานข้าวแดง ที่เหลือจากการบูชาเพื่อขอพรให้โชคดี จึงเกิดเมนูข้าว Akazu (อาคะสุริ) ดีต่อสุขภาพ โดยจะใช้ น้ำส้มสายชูสีแดงอ่อน ๆ ซึ่งทำมาจาก กากสาเก และโดยทั่วไปจะใช้เวลาหมักนาน 3-4 ปี ( กากสาเก จะเปลี่ยนเป็นสีแดงซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “aka ” หมายถึงสีแดงและ “zu” หมายถึง น้ำส้มสายชู ) 

ข้าวญี่ปุ่น เมนูพิเศษ akazu

 

ดังนั้น พบกับ 7 เมนูพิเศษที่ทำจากข้าว AKAZU สูตรพิถีพิถันสไตล์เอโดะได้แล้ว วันนี้ เฉพาะเดือนกันยายนเท่านั้น พร้อมเสิร์ฟแล้วที่ Kabocha ทุกสาขา ดูเมนูพิเศษได้เพียง คลิกที่ ดูเมนู

อิ่มอร่อยได้ที่ร้าน เช็คสาขาใกล้คุณ คลิกที่นี่ หรือสั่งความอร่อยส่งตรงถึงบ้านได้ที่ Kabocha delivery 

#ข้าวญี่ปุ่น คาโบฉะ kabocha ร้านอาหารญี่ปุ่น kabocha เมนู